|
|
![]() |
รัตนมณีแห่งศรัทธา: ประวัติและตำนานหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวงในดินแดนลุ่มน้ำน่านอันเป็นที่ตั้งของเมืองพิจิตร หากจะกล่าวถึงศูนย์รวมจิตใจที่ชาวเมืองให้ความเคารพสูงสุดนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คงไม่มีสิ่งใดเกินไปกว่า "หลวงพ่อเพชร" พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสนที่มีพุทธลักษณะงดงามเป็นเลิศ และมีประวัติการสร้างที่ผูกพันกับหน้าประวัติศาสตร์ไทยอย่างลึกซึ้ง ปฐมบทแห่งการอัญเชิญ: พันธสัญญาจากแดนเหนือตำนานการกำเนิดของหลวงพ่อเพชรย้อนไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา ราวรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายในหัวเมืองเหนือ กองทัพจากกรุงศรีอยุธยาโดยการนำของแม่ทัพผู้หนึ่ง (บางตำนานกล่าวว่าเป็นเจ้าพระยาจักรี) ได้ยกทัพไปปราบปรามความไม่สงบ ระหว่างทางกองทัพได้มาแวะพักที่เมืองพิจิตร ในครั้งนั้น พระยาโคตรบอง เจ้าเมืองพิจิตร ได้ให้การต้อนรับกองทัพอย่างเต็มกำลัง และก่อนที่แม่ทัพจะยกทัพขึ้นเหนือ พระยาโคตรบองได้ฝากคำขออันสำคัญไว้ว่า หากเสร็จสิ้นภารกิจและได้ชัยชนะ กลับมาขอให้ช่วยอัญเชิญพระพุทธรูปที่งดงามสักองค์หนึ่งมาประดิษฐานไว้ ณ เมืองพิจิตร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง เมื่อกองทัพมีชัยชนะเหนือเมืองเชียงใหม่ แม่ทัพผู้นั้นไม่ได้ลืมคำสัญญา เขาได้เสาะหาพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุด จนพบพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ศิลปะเชียงแสนแท้ จึงได้อัญเชิญลงแพล่องมาตามลำน้ำน่านเพื่อมอบให้แก่ชาวพิจิตรตามความตั้งใจ พุทธศิลป์อันล้ำค่า: เอกลักษณ์ "ขัดสมาธิเพชร"หลวงพ่อเพชรเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย ที่มีความโดดเด่นทางศิลปกรรมแบบ "เชียงแสนสิงห์หนึ่ง" มีพระพักตร์กลมมน พระโอษฐ์ยิ้มละไม พระชานุ (เข่า) กว้าง และที่สำคัญคือการประทับนั่งในท่า "ขัดสมาธิเพชร" (คือการไขว้พระบาทเห็นฝ่าพระบาททั้งสองข้าง) ซึ่งเป็นที่มาของพระนาม "หลวงพ่อเพชร" ที่สื่อถึงความแข็งแกร่ง มั่นคง และล้ำค่าดุจเพชรน้ำหนึ่ง การเปลี่ยนผ่านแห่งศรัทธา: จากนครชุมสู่ท่าหลวงเดิมทีหลวงพ่อเพชรถูกอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดนครชุม (เมืองพิจิตรเก่า) แต่ด้วยกาลเวลาและการเปลี่ยนแปลงของเมือง ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีการย้ายศูนย์กลางเมืองพิจิตรมายังที่ตั้งปัจจุบัน หลวงพ่อเพชรจึงได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดท่าหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2442 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณของผู้คนในเมืองใหม่สืบมาจนปัจจุบัน |
